บันทึกบทความไว้อ่านภายหลังเรียบร้อย

การศึกษา "พระแก้วมรกต" กับการเมือง (ตอนที่ 3)

เผยแพร่แล้ว เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2562 - 21:39 น.
AA 42

       ถ้ากล่าวถึงเมืองในอดีต ที่เกิดขึ้นในช่วงก่อร่างสร้างตัวในยุคสมัยนั้น มีเมืองต่างๆ  ได้เกิดขึ้น ตามลำดับ    ดังนี้.

       1. ล้านนา  แคว้นสุโขทัย พะเยา  และล้านช้าง

       2. อยุธยา

       3. ราชอาณาจักรสยาม

       4. กรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์.

     แต่มีประวัติศาสตร์เมือง ที่เกี่ยวข้องและกล่าวถึง  ได้แก่ ล้านนา   ล้านช้าง  อยุธยา  และราชอาณาจักรสยาม.


       ล้านนา ในยุคประวัติศาสตร์

      เมืองล้านนา ที่เกี่ยวข้องกับพระแก้ว ที่สถิตในภาคเหนือมี 3 จังหวัด ที่สำคัญคือ จ.เชียงราย  จ.ลำปาง  และจ.เชียงใหม่..   ตามลำดับ.

      จึงขอเล่า การเมืองของล้านนา ในระยะเริ่มแรก    ดังนี้.

      หลัง พญามังราย  สร้างเมืองเชียงใหม่ได้ ไม่นาน   พญาเบิกผู้ครองนครเขลางค์(จ.ลำปาง)  ได้ยกทัพไปตีเอาเมืองหริภุญไชย(จ.ลำพูน)คืน  แต่กองทัพเมืองเชียงใหม่ สามารถรบชนะเมืองเขลางค์นคร และยึดเมืองนี้ได้ จึงให้เมืองนี้ขึ้นตรงต่อเมืองเชียงใหม่   ดังนั้นทั้งจ.ลำปาง และ.ลำพูน จึงเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนาในระยะเริ่มแรก ตั้งแต่นั้นมา..

       ช่วงระยะแรก ในการก่อตั้งล้านนา  เมืองเชียงใหม่ ยังมิได้เป็นศูนย์กลางล้านนาอย่างแท้จริง   เมื่อพญามังรายสิ้นพระชนม์ใน พศ.1854  พญาชัยสงคราม ได้ครองราชย์แทนที่เมืองเชียงใหม่ชั่วคราว ต่อมาได้เสด็จกลับไปที่เมืองเชียงราย  ต่อมาหลังพญาชัยสงครามสิ้นพระชนม์แล้ว  พญาแสนภู ได้ครองราชย์แทนที่เมืองเชียงราย และได้ทรงสร้างเมืองเชียงแสนขึ้นที่บริเวณเมืองหิรัญนครเงินยางเดิม ในปี พศ. 1871  เมื่อสร้างเมืองเชียงแสนเสร็จ ศูนย์กลางชองล้านนา จึงได้เลื่อนมาอยู่ที่เชียงแสนแทน. และได้สิ้นพระชมน์ ณ แห่งนี้

        ต่อมา พญาคำฟู  ได้ขึ้นครองราชย์แทน และได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับเมืองน่าน นำกองทัพไปตีเมืองพะเยาได้สำเร็จ. จึงทำให้ จ.พะเยา เป็นส่วนหนึ่งของล้านนา.

        กษัตริย์องค์ต่อมา คือพญาผายู ได้สืบราชสมบัติ ซึ่งนับว่าท่านเป็นพระองค์แรก ที่ริเริ่มมาประจำเมืองเชียงใหม่ จนมาถึงกษัตริย์มังรายในปัจจุบัน


        ต่อมา ในสมัยพญากือนา (องค์ที่ 6) ได้สนับสนุนให้มีการเผยแพร่พุทธศาสนามากขึ้น

        พญาแสนเมืองมา  ขึ้นครองราชย์ ในปี พศ. 1928-1944..

        พญาสามฝั่งแกน   ขึ้นครองราชย์ เมื่อปี พศ. 1945-1984

        พญาติโลกราช  ขึ้นครองราชย์ ตั้งแต่ปี พศ. 1984-2030  

       พญาเมืองแก้ว

        พญาเมืองเกษเกล้า

        พญาไชยเชษฐา  ปี  พศ. 2089-2090

        พญาเมกุฏิ.. ปี พศ. 2094-2107 (ราชวงค์มังราย องค์สุดท้าย)



       การเมือง กับพระแก้วมรกตเกี่ยวพันกันอย่างไร ?  ถ้าสืบเสาะประวัติ พศ. เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวสถิตประดิษฐานของพระแก้วมรกตแล้ว จะเกี่ยวข้องกับ 2 ประเทศนี้คือ ไทย  และลาว..


      ถ้าคิดวิเคราะห์เทียบเคียง พศ.จริงแล้ว  พบว่าในช่วงระยะเริ่มเกิดเป็นอารยธรรมการเมืองในการขยายอาณาเขตของอาณาจักรล้านนาอย่างกว้างไกลและเสื่อมอำนาจล้านนา กับการเคลื่อนไหวของพระแก้ว  ซึ่งมีการข้ามจังหวัด และข้ามประเทศ  ตรงกับสมัยพญาสามฝั่งแกนและพญาติโลกราช  นับไปจนถึงสมัยพญาไชยเชษฐา  ตามลำดับ   ดังนี้.

       วัดพระแก้วดอนเต้า  จ.ลำปาง (พศ. 1979-2011)  ได้สถิตไว้ 32 ปี

         (ตรงกับสมัยพญาสามฝั่งแกน  มังราย องค์ที่ 8  และสมัยพญาติโลกราช)

       วัดเจดีย์หลวง  จ.เชียงใหม่ (พศ. 2011-2091)  ได้สถิตไว้ 80 ปี

           (ตรงกับสมัยพญาติโลกราช  มังราย องค์ที่ 9  และสมัยพญาไชยเชษฐา กษัตริย์ล้านนา)

       วัดวิชุนราช  เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว (พศ. 2091-2102)  ได้สถิตไว้ 11 ปี

          (ตรงกับสมัยพญาไชยเชษฐา  กษัตริย์ประเทศลาว)

        วัดโลกจุฬามณี ศรีรัตนาราม  เมืองเวียงจันทน์ ประเทศลาว (พศ. 2102-2321)  ได้สถิตไว้ 219 ปี.

         (ตรงกับสมัยพญาไชยเชษฐา  กษัตริย์ล้านช้าง  ของประเทศลาว)



       ในยุคสมัยพญาสามฝั่งแกน  ซึ่งเป็นกษัตริย์สืบมานั้น นิยมมาประจำที่ จ.เชียงใหม่  ซึ่งเป็นเมืองหลวงของล้านนาแล้วนั้น  โดยขณะนั้นพระแก้ว สถิตประจำอยู่ที่จ.ลำปาง(เมืองประเทศราช ของล้านนา)

        และสมัยต่อมา พญาติโลกราช(ผู้เป็นบุตร) ที่ประจำที่เชียงใหม่ในเมืองหลวง  พระแก้วได้เคลื่อนย้ายจาก จ.ลำปาง(เมืองลูก) มาสู่วัดเจดีย์หลวง ในจ.เชียงใหม่(เมืองแม่) และในขณะนั้น พญาติโลกราช  ได้รวบรวมเมืองต่างๆ เช่น เมืองน่าน และแพร่ จึงถือว่าแผ่ขยายอาณาเขตล้านนาได้ อย่างสมบูรณ์..


        เมื่อสิ้นกษตริย์พญาติโลกราช ก็เกิดยุคเสื่อมของล้านนาในที่สุด  โดยพม่า เริ่มต้นเข้ามารุกรานที่ล้านนาก่อน และต่อจากนั้นได้รุกรานต่อไปถึงล้านช้าง(ที่เมืองหลวงพระบาง ในภาคเหนือ ของลาว)

ดังจะเห็นได้จาก  การเคลื่อนย้ายพระแก้วมรกตข้ามประเทศ จากที่วัดเจดีย์หลวง  จ.เชียงใหม่   ไปสถิตประดิษฐานไว้ ที่วัดวิชุนราช เมืองหลวงพระบาง ซึ่งอยู่บริเวณภาคเหนือ ของประเทศลาว  โดยสถิตอยู่เพียงระยะสั้น 11 ปีเท่านั้น (สันนิษฐานว่า การเคลื่อนย้ายพระแก้วในครั้งนี้  น่าจะใช้เส้นทางผ่านคือ จ.เชียงราย ในไทย   ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับเมืองหลวงพระบาง ของประเทศลาว)

         ระยะเวลาต่อมา  ได้เคลื่อนย้ายพระแก้วอีกครั้ง  เนื่องจากการรุกรานของพม่า ที่รุกเข้ามาถึงล้านช้าง    โดยพระแก้ว  ได้เคลื่อนย้ายจากบริเวณภาคเหนือ ของลาว  ลงมาที่บริเวณภาคกลาง ของลาว คือเมืองเวียงจันทน์   ซึ่งการสถิตของพระแก้วในครั้งนี้ ถือว่านานที่สุดถึง 2 ศตวรรษ (219 ปี)  เท่าที่ประวัติศาสตร์ เคยบันทึกไว้   จนทำให้ประชาชนคนประเทศลาว เข้าใจว่า  พระแก้วมรกต เป็นพุทธรูปประจำของประเทศลาว  แต่ถ้าสืบประวัติศาสตร์ก่อนหน้านั้น  ได้พบพระแก้วครั้งแรก ที่ จ.เชียงราย ในไทย  จากปรากฎการณ์ที่ฟ้าผ่าในเจดีย์ ที่มีพระพุทธรูปคือ พระแก้วมรกต.   ดังประวัติในรูปถ่าย..

รูปถ่ายประวัติวัดพระแก้ว  ที่ จ.เชียงราย
รูปถ่ายประวัติวัดพระแก้ว ที่ จ.เชียงราย


           แต่ก็มาคำถาม ที่ตามมาอีกว่า   แล้ว  พระแก้วมรกต ก่อนที่จะมาถึงประเทศไทย  มาจากประเทศไหน กันแน่  ????


บทความอัพเดทล่าสุด

คัดลอก URL แล้ว

การศึกษา "พระแก้วมรกต" กับการเมือง (ตอนที่ 3)